ผ้าคอตตอนมีกี่เกรด ต่างกันยังไง ?

ผ้าคอตตอน (Cotton) เป็นเนื้อผ้ายอดนิยมที่ใช้ทำเสื้อยืด อยากเริ่มต้นทำแบรนด์เสื้อยืด แต่ไม่รู้จะเลือกผ้าคอตตอนเกรดไหนดี? เพราะในท้องตลาดมีผ้าคอตตอนหลากหลายเกรดให้เลือกใช้ มาทำความเข้าใจความแตกต่างของผ้าแต่ละประเภท เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกเนื้อผ้าให้ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและงบประมาณของธุรกิจคุณ

ผ้าคอตตอนมีกี่เกรด ต่างกันยังไง? เลือก Cotton แบบไหนให้เหมาะกับแบรนด์เสื้อผ้า

‍

ถ้าพูดถึงผ้าที่คนทำแบรนด์เสื้อผ้าคุ้นเคยที่สุด เชื่อว่าชื่อ “ผ้าคอตตอน” หรือ Cotton น่าจะติดอยู่ในอันดับต้น ๆ เพราะเป็นผ้าที่ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี และนำไปพัฒนาเสื้อผ้าได้หลากหลายมาก

แต่พอเริ่มสั่งผลิตจริง หลายคนจะเจอคำถามที่ซับซ้อนขึ้นมาทันที

‍

Cotton Semi คืออะไร? Cotton Comb คืออะไร? แล้ว Cotton 20, Cotton 32 หรือ Cotton 40 ต่างกันตรงไหน?

บางร้านบอกว่า Comb คือเกรดพรีเมียม บางร้านพูดถึงเบอร์ผ้า บางร้านเน้นความหนา บางร้านเน้นความนุ่ม จนคนเริ่มทำแบรนด์อาจสับสนว่า จริง ๆ แล้วต้องดูอะไรกันแน่ ความจริงคือ “เกรด” กับ “เบอร์ผ้า” เป็นคนละเรื่องกันเบอร์ผ้าใช้บอกเรื่องขนาดหรือความละเอียดของเส้นด้ายและโดยทั่วไปในตลาดเสื้อยืดไทยจะใช้เป็นตัวช่วยอธิบายความหนา-บางของผ้า ส่วนคำว่า Semi, Comb หรือ OE เกี่ยวข้องกับกระบวนการและคุณภาพของเส้นด้ายที่นำมาผลิตผ้า

ดังนั้นเสื้อที่เขียนว่า Cotton 32 ยังไม่ได้บอกทั้งหมดว่าเสื้อตัวนั้นคุณภาพเป็นอย่างไร เพราะต้องดูต่อว่าเป็น Cotton 32 Semi หรือ Cotton 32 Comb รวมถึงดูโครงสร้างผ้า น้ำหนักผ้า การฟอก การตกแต่ง และการใช้งานจริงด้วย บทความนี้ THUMBINTHAI จะพาไปดูตั้งแต่พื้นฐานว่า ผ้าคอตตอนคืออะไร มีกี่เกรด แต่ละเกรดต่างกันอย่างไร Cotton 20, 30, 32 และ 40 เหมาะกับงานแบบไหน ข้อดีข้อเสียมีอะไร รวมถึงถ้าต้องการผลิตเสื้อเพื่อส่งออก ควรเตรียมเรื่องฉลากและใบรับรองอะไรบ้าง

ผ้าคอตตอน คืออะไร?

ผ้าคอตตอน (Cotton Fabric) คือผ้าที่ผลิตจากเส้นใยฝ้าย ซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า เหตุผลที่คอตตอนยังได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องความนุ่ม แต่เป็นเพราะเป็นวัสดุที่นำไปใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่เสื้อยืด เสื้อโปโล เสื้อแฟชั่น เสื้อเด็ก ไปจนถึงเสื้อผ้า Lifestyle และเสื้อที่ต้องการภาพลักษณ์พรีเมียม คอตตอนยังมีจุดเด่นเรื่องการระบายอากาศและการสวมใส่ ทำให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนอย่างประเทศไทย โดยเฉพาะการนำมาทำเสื้อยืดสำหรับใส่ในชีวิตประจำวันอีกเหตุผลที่คอตตอนเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับแบรนด์เสื้อผ้าคือ สามารถนำไปสกรีนลายได้ดี จึงเหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการนำกราฟิก โลโก้ หรืองาน Artwork มาสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้า

แต่สิ่งที่คนเริ่มทำแบรนด์ต้องเข้าใจก่อนคือCotton ไม่ได้แปลว่าผ้าทุกตัวจะให้ความรู้สึกเหมือนกัน แม้จะเป็น Cotton 100% เหมือนกัน แต่หากใช้เส้นด้ายคนละเกรด คนละเบอร์ หรือผ่านกระบวนการผลิตและตกแต่งต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็สามารถแตกต่างกันทั้งเรื่องสัมผัส ความเรียบ ความหนา ความอยู่ทรง และภาพรวมของเสื้อ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเลือกผ้าสำหรับทำแบรนด์ เราไม่ควรดูแค่คำว่า “Cotton 100%

‍

ผ้าคอตตอนมีกี่เกรด?

ถ้าพูดถึงเกรดของ Cotton ที่พบในตลาดเสื้อยืดไทย โดยทั่วไปมักมีการพูดถึง 3 ระดับหลัก ได้แก่ OE, Semi และ Comb

‍

1. Cotton OE

OE หรือ Open End เป็นกลุ่มเส้นด้ายที่โดยทั่วไปมีต้นทุนต่ำกว่าและคุณภาพของสัมผัสไม่ได้เน้นความละเอียดเท่ากับเส้นด้ายประเภท Ring Spun หรือ Combed

ปัจจุบันในตลาดเสื้อยืดที่เน้นคุณภาพ เกรด OE ไม่ได้เป็นตัวเลือกหลักมากนัก โดยเฉพาะแบรนด์ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ด้านคุณภาพ

‍

2. Cotton Semi

Cotton Semi เป็นเกรดที่พบได้ค่อนข้างมากในตลาดทั่วไป กระบวนการผลิตจะผ่านการสางเส้นใย หรือ Carding เพื่อจัดเส้นใยให้สามารถนำไปปั่นเป็นเส้นด้ายได้ แต่ยังมีเส้นใยสั้นหลงเหลืออยู่มากกว่าเมื่อเทียบกับ Combed Cotton ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ ต้นทุนสามารถควบคุมได้ง่ายกว่า จึงเหมาะกับเสื้อที่ต้องการราคาจับต้องได้ เช่น เสื้อกิจกรรม เสื้อขายออนไลน์ เสื้อแฟชั่นระดับทั่วไป หรือสินค้าที่ต้องการเน้นจำนวนและราคา

‍

3. Cotton Comb

Cotton Comb หรือ Combed Cotton ผ่านกระบวนการหวีเส้นใย หรือ Combing เพื่อคัดเส้นใยสั้นและสิ่งที่ไม่ต้องการออก เหลือเส้นใยที่มีความสม่ำเสมอมากขึ้น

ผลที่ได้คือเส้นด้ายที่มีความเรียบและสม่ำเสมอขึ้น และโดยทั่วไปให้สัมผัสที่นุ่มและละเอียดกว่า Cotton Semin จึงมักถูกเลือกใช้กับเสื้อที่ต้องการยกระดับเรื่องสัมผัส ภาพลักษณ์ และคุณภาพของสินค้า เช่น เสื้อแบรนด์ เสื้อยืดแฟชั่น หรือสินค้าที่วางตำแหน่งเป็น Premium

‍

สนใจพัฒนาแบรนด์เสื้อผ้ากับโรงงานผลิตเสื้อธัมบ์อินไทย คลิกที่นี่

‍

Cotton Semi กับ Cotton Comb ต่างกันยังไง?

‍

เรื่องเบอร์ผ้าเป็นจุดที่คนทำแบรนด์งงที่สุด ถ้าอธิบายแบบง่าย ๆ ให้คิดว่า ทั้งสองอย่างเป็น Cotton เหมือนกัน แต่กระบวนการจัดการเส้นใยก่อนนำไปทำเป็นเส้นด้ายแตกต่างกัน

Cotton Semi ผ่านกระบวนการสางเส้นใย (Carding) ยังมีเส้นใยสั้นและสิ่งเจือปนบางส่วนอยู่มากกว่า Combed Cotton จุดเด่นคือราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า จึงเหมาะกับการผลิตที่ต้องควบคุมต้นทุน Cotton Comb ผ่านกระบวนการหวีเส้นใย (Combing) มีการคัดเส้นใยสั้นออกมากขึ้น ทำให้ได้เส้นใยที่สม่ำเสมอขึ้น ทำให้ได้สัมผัสที่เรียบและนุ่มกว่า รวมถึงเหมาะกับสินค้าที่ต้องการภาพลักษณ์คุณภาพสูงขึ้น

ถ้าขายเสื้อในราคาหลักร้อยและต้องการควบคุมต้นทุน การเลือก Semi ที่เหมาะสมอาจตอบโจทย์มากกว่า

แต่ถ้าแบรนด์วางสินค้าในกลุ่ม Premium และต้องการให้ลูกค้ารู้สึกถึงคุณภาพตั้งแต่สัมผัสแรก การเลือก Cotton Comb ก็มีเหตุผลมากขึ้น

‍

แล้ว Cotton 20, Cotton 30, Cotton 32 และ Cotton 40 คืออะไร?

ตรงนี้เป็นอีกจุดที่ทำให้หลายคนสับสน ตัวเลขอย่าง 20, 30, 32 และ 40 ที่เห็นในตลาดเสื้อยืด โดยทั่วไปใช้เรียก “เบอร์ผ้า” ซึ่งเกี่ยวข้องกับความละเอียดของเส้นด้ายและในบริบทตลาดเสื้อยืดไทยมักใช้เพื่อสื่อถึงระดับความหนา-บางของผ้า โดยหลักที่ใช้กันทั่วไปคือ

ตัวเลขยิ่งน้อย → เส้นด้ายใหญ่กว่า → โดยทั่วไปผ้าจะหนากว่า

ตัวเลขยิ่งมาก → เส้นด้ายละเอียดกว่า → โดยทั่วไปผ้าจะบางกว่า

เพราะฉะนั้น Cotton 20 โดยทั่วไปจะหนากว่า Cotton 32 และ Cotton 32 โดยทั่วไปจะหนากว่า Cotton 40 แต่ต้องระวังอย่างหนึ่งคือ เบอร์ผ้าอย่างเดียวไม่สามารถใช้ตัดสินคุณภาพทั้งหมดได้ ตัวอย่างเช่น

Cotton 32 Semi กับ Cotton 32 Comb มีเลข 32 เหมือนกัน แต่สัมผัสและคุณสมบัติของผ้าที่ได้อาจแตกต่างกันจากเกรดเส้นด้ายและกระบวนการผลิต

‍

Cotton 20 เหมาะกับใคร?

Cotton 20 เป็นผ้าที่ค่อนข้างหนาเมื่อเทียบกับ Cotton 32 หรือ Cotton 40ถ้าเป็น Cotton 20 Comb จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเสื้อยืดเนื้อหนา มีน้ำหนัก และให้ความรู้สึกพรีเมียม ความหนาของผ้าช่วยให้เสื้อมีน้ำหนักและช่วยเรื่องการอยู่ทรง ขณะเดียวกันการใช้เส้นด้ายเกรด Comb ก็ช่วยให้สัมผัสของผ้ามีความนุ่มและละเอียดขึ้น

จึงมักเหมาะกับ

  • เสื้อยืด Premium
  • Streetwear
  • Oversize
  • เสื้อยืดทรงหนา
  • แบรนด์ที่ต้องการให้เสื้อมีน้ำหนัก
  • สินค้าที่ต้องการสร้างความแตกต่างด้วยเนื้อผ้า

Cotton 20 Comb เป็นหนึ่งในผ้าที่ได้รับความนิยมสำหรับการทำแบรนด์เสื้อยืดในไทย เนื่องจากความหนาและความนุ่มของผ้า แต่ข้อควรคิดคือ ผ้าหนาไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคนถ้าแบรนด์ของคุณเน้นเสื้อสำหรับอากาศร้อนมาก ๆ และลูกค้าชอบเสื้อบางเบา Cotton 20 อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกที่ควรหยิบมาใช้

‍

สนใจพัฒนาแบรนด์เสื้อผ้ากับโรงงานผลิตเสื้อธัมบ์อินไทย คลิกที่นี่

‍

Cotton 30 คืออะไร?

Cotton 30 อยู่ตรงกลางระหว่างกลุ่มผ้าที่หนากว่าอย่าง Cotton 20 และผ้าที่บางกว่าอย่าง Cotton 32 หรือ Cotton 40 ในตลาดไทย Cotton 30 อาจไม่ได้ถูกพูดถึงมากเท่า Cotton 20 หรือ Cotton 32 แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ดี บางครั้งการเลือกผ้าก็ไม่ได้ต้องเลือกจาก “ตัวที่คนใช้เยอะที่สุด” แต่ควรเลือกจาก Product ที่แบรนด์ต้องการ ถ้าออกแบบเสื้อมาแล้วต้องการน้ำหนักและสัมผัสที่อยู่ตรงกลาง Cotton 30 ก็เป็นอีกตัวเลือกที่สามารถนำไปพิจารณาได้

‍

Cotton 32 ทำไมถึงเป็นผ้ายอดนิยม?

ถ้าพูดถึงผ้าสำหรับเสื้อยืดที่เหมาะกับอากาศประเทศไทย Cotton 32 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกพูดถึงมากโดยเฉพาะ Cotton 32 Comb เหตุผลหลักคือความหนาของผ้าที่ค่อนข้างสมดุลไม่หนาจนเกินไป และไม่บางจนเกินไป จึงนำไปทำเสื้อได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เสื้อยืด Basic ไปจนถึงเสื้อ Fashion, Casual และ Oversize Cotton 32 Comb เป็นหนึ่งในผ้าเกรดพรีเมียมที่ได้รับความนิยมสำหรับผลิตเสื้อยืด เนื่องจากมีความบางที่เหมาะกับอากาศประเทศไทย ระบายอากาศได้ดี และยังคงสัมผัสนุ่มจากเกรด Comb

‍

ส่วน Cotton 32 Semi ก็เป็นอีกตัวที่พบได้มากในตลาดทั่วไป เพราะมีความหนากำลังดีและช่วยควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า Cotton Combถ้าเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นและยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากผ้าอะไร Cotton 32 จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ควรนำมาทดลองทำ Sample

‍

Cotton 40 เหมาะกับงานแบบไหน?

Cotton 40 เป็นเส้นด้ายที่ละเอียดกว่า Cotton 20 และ Cotton 32 จึงให้ผ้าที่บางกว่าโดยทั่วไป จุดเด่นคือความเบาและสัมผัสที่ละเอียด แต่ข้อจำกัดคือเมื่อทำเป็นเสื้อยืดแบบ Single Jersey ความบางอาจทำให้ไม่ตอบโจทย์บาง Product ที่ต้องการเสื้อมีน้ำหนักหรืออยู่ทรง Cotton 40 Comb ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากนักในตลาดเสื้อยืดไทย และมักพบการนำ Cotton 40 ไปใช้กับโครงสร้างผ้าแบบอื่น เช่น Interlock มากกว่า ดังนั้นก่อนเลือก Cotton 40 ควรถามตัวเองก่อนว่า

“เราอยากได้เสื้อบางเพราะอะไร?”

ถ้าคำตอบคืออยากได้เสื้อเบา ใส่สบาย หรือทำ Product เฉพาะทาง ก็สามารถพิจารณาได้ แต่ถ้าต้องการเสื้อยืดที่ดู Premium จากน้ำหนักและทรง Cotton 20 หรือ Cotton 32 อาจเหมาะกว่า

‍

ตารางเปรียบเทียบ Cotton แต่ละแบบ

ชนิดผ้า ลักษณะโดยทั่วไป เหมาะกับ

Cotton OE เน้นต้นทุน งานที่ต้องการควบคุมราคา

Cotton Semi 20 หนาและคุ้มค่า เสื้อทั่วไปที่ต้องการผ้าหนา

Cotton Semi 32 ความหนากำลังดี เสื้อทั่วไป เสื้อกิจกรรม

Cotton Comb 20 หนา นุ่ม อยู่ทรง Premium / Streetwear

Cotton Comb 30 สมดุลระหว่างความหนา Fashion / Casual

Cotton Comb 32 นุ่ม เบาสบาย เสื้อยืดแบรนด์ / Everyday

Cotton Comb 40 บางและละเอียด Product ที่ต้องการความเบา

‍

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น เพราะความรู้สึกจริงของผ้าขึ้นอยู่กับโครงสร้างผ้า น้ำหนัก การถัก การฟอก การตกแต่ง และมาตรฐานของผู้ผลิตแต่ละราย ไม่ควรตัดสินจากชื่อเกรดหรือเบอร์ผ้าเพียงอย่างเดียว

‍

สนใจพัฒนาแบรนด์เสื้อผ้ากับโรงงานผลิตเสื้อธัมบ์อินไทย คลิกที่นี่

ข้อดีของผ้าคอตตอน

1. ใส่สบาย คอตตอนเป็นเส้นใยธรรมชาติที่มีสัมผัสเหมาะกับเสื้อผ้าที่ต้องสัมผัสผิวโดยตรง ถ้าเลือกโครงสร้างผ้าและน้ำหนักได้เหมาะสม จะสามารถทำเสื้อที่ใส่สบายสำหรับ Everyday Wear ได้ดี

2. ระบายอากาศได้ดี นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Cotton เหมาะกับตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ Cotton ที่มีน้ำหนักไม่หนามาก สามารถนำไปทำเสื้อยืดสำหรับอากาศร้อนได้ดี

3. ซึมซับความชื้นคอตตอนสามารถดูดซับความชื้นได้ ทำให้ความรู้สึกขณะสวมใส่แตกต่างจากเส้นใยสังเคราะห์บางชนิด แต่ข้อสังเกตคือการดูดซับเหงื่อได้ดีไม่ได้หมายความว่า “แห้งเร็ว” เสมอไป

ถ้า Product ต้องการคุณสมบัติแห้งเร็วหรือใช้สำหรับกีฬาโดยเฉพาะ อาจต้องพิจารณาเส้นใยประเภทอื่นหรือการพัฒนาผ้าเพิ่มเติม

4. เหมาะกับงานสกรีน Cotton เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานสกรีน เนื่องจากพื้นผิวและคุณสมบัติของผ้าสามารถรองรับงานพิมพ์ได้ดี

5. มีตัวเลือกให้เลือกเยอะ ตั้งแต่ Cotton Semi ไปจนถึง Cotton Comb รวมถึง Cotton หลายเบอร์ ทำให้โรงงานและแบรนด์สามารถเลือกให้เหมาะกับ Product ได้

‍

ข้อเสียของผ้าคอตตอน

1. มีโอกาสหดตัว

Cotton เป็นเส้นใยธรรมชาติ จึงต้องให้ความสำคัญกับการหดตัว โดยเฉพาะก่อนตัดเย็บและก่อนกำหนด Size Chart โรงงานที่มีประสบการณ์จะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ขั้นตอนพัฒนาผ้าและแพทเทิร์น ไม่ใช่รอให้ผลิตเสร็จแล้วค่อยมาแก้

‍

2. ยับง่ายกว่าผ้าบางประเภท

Cotton มีแนวโน้มยับง่ายกว่า Polyester หรือผ้าที่ถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติกันยับ ดังนั้นถ้า Product เป็นเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อที่ต้องการความเรียบตลอดเวลา อาจต้องเลือกโครงสร้างผ้าหรือการตกแต่งเพิ่มเติมให้เหมาะกับการใช้งาน

‍

3. แห้งไม่เร็วเท่าเส้นใยสังเคราะห์บางชนิด

Cotton ดูดซับความชื้นได้ดี แต่ก็หมายความว่าเมื่อเปียกแล้วอาจใช้เวลานานกว่าผ้า Polyester บางชนิดในการแห้ง ดังนั้นสำหรับ Sportswear ที่ต้องการระบายเหงื่อและแห้งเร็วมาก ๆ ควรพิจารณาผ้าเฉพาะทางมากกว่าใช้ Cotton เพียงอย่างเดียว

‍

สนใจพัฒนาแบรนด์เสื้อผ้ากับโรงงานผลิตเสื้อธัมบ์อินไทย คลิกที่นี่

‍

แล้วควรเลือก Cotton เกรดไหนสำหรับทำแบรนด์?

คำตอบจริง ๆ คือ ไม่มีคำตอบที่สามารถฟันธงได้อย่างชัดเจนอย่าเลือกผ้าเพียงเพราะร้านบอกว่า “ตัวนี้ Premium” ให้เริ่มจากการถามว่า แบรนด์ของเราต้องการขายอะไร

ถ้าต้องการเสื้อราคาจับต้องง่ายและผลิตจำนวนมาก

→ Cotton Semi อาจเหมาะกว่า

‍

ถ้าต้องการเสื้อยืดคุณภาพดีสำหรับ Everyday Wear

→ Cotton 32 Comb เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ

‍

ถ้าต้องการเสื้อหนาและมีน้ำหนัก

→ Cotton 20 Comb น่าพิจารณา

‍

ถ้าต้องการเสื้อบางเบา

→ อาจพิจารณา Cotton 40 หรือผ้าโครงสร้างอื่นตาม Product

‍

เพราะสุดท้ายแล้ว ผ้าที่ดีคือผ้าที่เหมาะกับ Product ไม่ใช่ผ้าที่แพงที่สุด

‍

เลือกผ้าสำหรับทำแบรนด์ ต้องดูอะไรบ้าง?

‍

ก่อนสั่งผลิตเสื้อจากโรงงาน แนะนำให้ดูมากกว่าคำว่า Cotton 100%

1. สัมผัสของผ้าลองจับจริง ใส่จริง และเปรียบเทียบ Sample อย่าดูจากรูปอย่างเดียว เพราะผ้าสองตัวที่ถ่ายออกมาเป็นสีเดียวกันอาจให้สัมผัสแตกต่างกันมาก

2. ความหนา ถามโรงงานเรื่องน้ำหนักผ้า เช่น GSM หรือข้อมูลที่โรงงานใช้ระบุความหนาของผ้า เพราะคำว่า Cotton 20 หรือ Cotton 32 เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการสื่อภาพรวมของเนื้อผ้า

3. การหดตัวถามโรงงานว่าผ่านกระบวนการอะไรมาแล้ว และมีการควบคุม Shrinkage ยังไง เรื่องนี้สำคัญมากกับแบรนด์ที่ต้องการทำ Size Chart ให้แม่น

4. สีถ้าแบรนด์มีสี Signature ควรทำ Lab Dip หรือพัฒนาสีให้ตรงกับมาตรฐานที่ต้องการก่อนผลิตจริง

5. การใช้งาน ถามตัวเองว่าเสื้อตัวนี้จะขายให้ใคร ถ้าเป็น Streetwear อาจต้องการผ้าหนาและมีน้ำหนัก ถ้าเป็น Everyday Wear อาจเน้นความเบาและใส่สบาย ถ้าเป็น Sportswear ก็ต้องพิจารณาเรื่องการระบายเหงื่อและการแห้งเร็ว

‍

สนใจพัฒนาแบรนด์เสื้อผ้ากับโรงงานผลิตเสื้อธัมบ์อินไทย คลิกที่นี่

‍

ถ้าจะส่งออกเสื้อผ้าคอตตอน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

‍

สำหรับแบรนด์ที่เริ่มขายในประเทศไทย เรื่องผ้าอาจเป็นเรื่องหลักแต่ถ้าขยับไป ส่งออกเสื้อผ้าไปต่างประเทศ สิ่งที่ต้องคิดเพิ่มคือข้อกำหนดของประเทศปลายทางคำว่า “ส่งออกได้” ไม่ได้หมายความว่าใช้เสื้อแบบเดียวแล้วสามารถส่งไปขายทุกประเทศได้เหมือนกันทั้งหมดแต่ละตลาดอาจมีข้อกำหนดเรื่อง

  • ส่วนประกอบเส้นใย
  • ฉลากสินค้า
  • ประเทศผู้ผลิต
  • วิธีดูแลรักษา
  • สารเคมี
  • มาตรฐานความปลอดภัย
  • เอกสารนำเข้า
  • ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
  • ข้อกำหนดเฉพาะของ Buyer

ดังนั้นถ้าแบรนด์มีแผนส่งออกตั้งแต่แรก ควรแจ้งโรงงานตั้งแต่ตอนเริ่มพัฒนา Product เพราะบางเรื่องถ้ามาแก้ตอนผลิตเสร็จแล้ว อาจทำให้ต้องแก้ Label หรือเอกสารใหม่ทั้งชุด

‍

ใบเซอร์สำหรับเสื้อผ้าส่งออกมีอะไรบ้าง?

‍

ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไม่มีใบเซอร์ใบเดียวที่ใช้ได้กับเสื้อผ้าทุกประเภทและทุกประเทศCertificate ที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับ Product, ประเทศปลายทาง และ Requirement ของ Buyerหนึ่งในมาตรฐานที่คนในอุตสาหกรรมสิ่งทอรู้จักกันดีคือ OEKO-TEX® STANDARD 100 มาตรฐานนี้เกี่ยวข้องกับการทดสอบสิ่งทอและส่วนประกอบเพื่อดูสารที่เป็นอันตราย โดย OEKO-TEX ระบุว่าการทดสอบครอบคลุมตั้งแต่เส้นด้ายไปจนถึงสินค้าสำเร็จรูป รวมถึงส่วนประกอบบางประเภทของสินค้า

‍

สิ่งสำคัญคือ OEKO-TEX STANDARD 100 ไม่ใช่ใบรับรองที่หมายความว่าเสื้อมีคุณภาพดีที่สุดทุกด้านตัวมาตรฐานเน้นเรื่องการทดสอบสารที่เป็นอันตราย ไม่ได้เป็นการรับรองว่าเสื้อมีความทนทาน นุ่ม หรือเหมาะกับการใช้งานทุกประเภทดังนั้นเวลาพูดเรื่องใบเซอร์กับลูกค้า ควรพูดให้ตรงกับขอบเขตของใบรับรองจริง

‍

สนใจพัฒนาแบรนด์เสื้อผ้ากับโรงงานผลิตเสื้อธัมบ์อินไทย คลิกที่นี่

‍

OEKO-TEX STANDARD 100 สำคัญอย่างไร?

ถ้า Buyer ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสิ่งทอ การมีสินค้าที่ผ่านมาตรฐานที่เกี่ยวข้องสามารถช่วยให้การพูดคุยด้าน Compliance ชัดเจนขึ้น OEKO-TEX ระบุว่ามาตรฐาน STANDARD 100 ใช้เกณฑ์การทดสอบตามระดับการสัมผัสกับผิว และมี Product Class ที่แตกต่างกัน เช่น สินค้าสำหรับเด็ก สินค้าที่สัมผัสผิวโดยตรง และสินค้าที่สัมผัสผิวน้อยกว่ากระบวนการขอ Certification ของ OEKO-TEX STANDARD 100 ยังประกอบด้วยการสมัคร การส่งตัวอย่าง การตรวจสอบและทดสอบ รวมถึงการตรวจประเมินสถานประกอบการตามกระบวนการของมาตรฐาน ก่อนออก Certificate

‍

ดังนั้นหากแบรนด์กำลังจะผลิตเพื่อส่งออก ไม่ควรเพียงถามว่า“โรงงานมี OEKO-TEX ไหม?” แต่ควรถามให้ละเอียดว่า “Certificate ครอบคลุม Product หรือ Material ตัวไหน และยังมีอายุอยู่หรือไม่?”

‍

สนใจพัฒนาแบรนด์เสื้อผ้ากับโรงงานผลิตเสื้อธัมบ์อินไทย คลิกที่นี่

สรุป ผ้าคอตตอนมีกี่เกรด ต่างกันยังไง?

ถ้าจะจำเรื่องนี้แบบง่ายที่สุด ให้จำ 3 เรื่อง

1. Cotton คือวัสดุ

Cotton คือเส้นใยธรรมชาติจากฝ้าย ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องความสบาย การระบายอากาศ และสามารถนำไปพัฒนาเป็นเสื้อผ้าได้หลากหลาย

‍

2. Semi / Comb คือเรื่องของเกรดและกระบวนการเส้นด้าย

Semi ผ่านการสางเส้นใยและมักใช้ในงานที่ต้องการควบคุมต้นทุน

Comb ผ่านการหวีเส้นใยเพื่อคัดเส้นใยสั้นออกมากขึ้น จึงมักให้สัมผัสที่ละเอียดและนุ่มกว่า และถูกนำไปใช้กับสินค้าที่ต้องการภาพลักษณ์ Premium มากขึ้น

‍

3. Cotton 20 / 30 / 32 / 40 คือเรื่องของเบอร์ผ้า

โดยทั่วไปเลขน้อยจะสัมพันธ์กับเส้นด้ายที่ใหญ่กว่าและผ้าที่หนากว่า ส่วนเลขมากจะสัมพันธ์กับเส้นด้ายที่ละเอียดกว่าและผ้าที่บางกว่า แต่ อย่าดูแค่เบอร์ เพราะ Cotton 32 Semi กับ Cotton 32 Comb แม้จะเป็นเบอร์เดียวกัน แต่กระบวนการผลิตเส้นด้ายต่างกัน จึงสามารถให้สัมผัสและภาพรวมของสินค้าแตกต่างกันได้

‍

เลือกผ้าให้ถูกตั้งแต่ต้น ช่วยให้ Product ไปได้ไกลกว่า สำหรับคนทำแบรนด์เสื้อผ้า ผ้าไม่ใช่แค่ต้นทุนหนึ่งบรรทัดในใบเสนอราคาแต่เป็นส่วนหนึ่งของ Product น้ำหนักของผ้าเปลี่ยน Mood ของเสื้อสัมผัสของผ้าเปลี่ยนความรู้สึกตอนลูกค้าใส่ความหนาของผ้าเปลี่ยน Silhouetteใและเกรดของเส้นด้ายก็มีผลต่อภาพรวมที่ลูกค้ารับรู้จากสินค้า เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจเลือก Cotton อย่าเพิ่งถามว่า “ตัวไหนแพงที่สุด?” ลองเปลี่ยนเป็น “ตัวไหนเหมาะกับแบรนด์ของเราที่สุด?”

‍

เพราะเสื้อที่ดีไม่ได้เริ่มต้นจากการผลิต แต่มันเริ่มตั้งแต่วันที่เราเลือก ผ้า + ทรง + ฟังก์ชัน + กลุ่มลูกค้า ให้ไปในทิศทางเดียวกัน

‍

และถ้าคุณกำลังมองหาโรงงานผลิตเสื้อผ้าเพื่อพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง การมีทีมที่ช่วยคุยเรื่องเนื้อผ้า แพทเทิร์น การผลิต และ Requirement ของ Product ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดการลองผิดลองถูกได้มากกว่าการเลือกผ้าจากราคาเพียงอย่างเดียว

‍

THUMBINTHAI โรงงานผลิตเสื้อผ้าครบวงจร มาตรฐานแบรนด์ส่งออก

เราเชื่อว่าผ้าที่แพงที่สุด อาจไม่ใช่ผ้าที่เหมาะกับแบรนด์คุณที่สุด แต่การจับคู่เนื้อผ้าให้ตรงกับทรงเสื้อ ฟังก์ชัน และกลุ่มลูกค้าต่างหากคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์ไปได้ไกล

ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี เรามีทีมที่พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การเลือกเนื้อผ้า พัฒนาแพทเทิร์น ไปจนถึงการผลิตจริงด้วยเครื่องจักรมาตรฐาน หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจทั้งงานผลิตและ Requirement ของตลาด เราพร้อมดูแลทุกรายละเอียด

สนใจพัฒนาแบรนด์เสื้อผ้ากับโรงงานผลิตเสื้อธัมบ์อินไทย คลิกที่นี่

Heading 1

Heading 2

Heading 3

Heading 4

Heading 5
Heading 6

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex ea commodo consequat. Duis aute irure dolor in reprehenderit in voluptate velit esse cillum dolore eu fugiat nulla pariatur.

Block quote

Ordered list

  1. Item 1
  2. Item 2
  3. Item 3

Unordered list

  • Item A
  • Item B
  • Item C

Text link

Bold text

Emphasis

Superscript

Subscript

Related Articles

Subscribe to get our news letter
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.
061-997-9998
061-946-2426
094-645-3142
sales.dmt@thumbinthai.com
ติดต่อผ่านไลน์